ภารกิจที่ 3/1
ภารกิจที่ 3/2
หาโวาหาร 9 ชนิด จากวรรณคดีนิราศของตัวเอง อย่างละ 1 โวหาร พร้อมอ้างอิงหน้า
นิราศเมืองหลวงพระบาง
1. อุปมาโวหาร คือ การใช้โวหารเปรียบเทียบ ประกอบข้อความ เพื่อให้ผู้อ่าน เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้เข้าใจเรื่องราวได้แจ่มแจ้ง การใช้อุปมาโวหารนี้มีลักษณะการใช้หลายลักษณะ
ตัวอย่าง
2. อุปลักษณ์โวหาร คือ การเปรียบว่าสิ่งหนึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่ง โดยนำสิ่งสองสิ่งที่ต่างจำพวกกันแต่มีลักษณะเด่นเหมือนกันมาเปรียบเทียบกันเช่นเดียวกับอุปมา และใช้คำที่แสดงความเปรียบว่า เป็น คือ เหมือน ดุด ดั่ง เป็นต้น.
บัดเดี๋ยวหายฉายช่วงดวงอาทิตย์ งามวิจิตรทรงกลดดูชดโฉม
นิราศเมืองหลวงพระบาง , หน้า 24
3.อติพจน์โวหาร คือ โวหารที่กล่าวเกินความจริง เพื่อสร้างและเน้นความรู้สึกและอารมณ์ ทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกที่ลึกซึ้ง ภาพพจน์ชนิดนี้นิยมใช้กันมากแม้ในภาษาพูด เพราะเป็นการกล่าวที่ทำให้เห็นภาพได้ง่ายและแสดงความรู้สึกของกวีได้อย่างชัดเจน
ตัวอย่าง
4. บุคคลวัตโวหาร หรือบุคลาธิษฐาน คือ การสมมุติสิ่งไม่มีชีวิต พืช สัตว์ หรือความคิดที่เป็นนามธรรมให้มีความคิด ความรู้สึกและแสดงออกเหมือนมนุษย์
ตัวอย่าง
ตัวอย่าง
ถึงบ้านชีตักคะนนตำบลบ้าน แล้วถึงย่านใหญ่นามมะขามเฒ่า
ถัดถัดรายหมายมุ่งคุ้งตะเภา แนวลำเนาเนื่องมาเรียกท่าซุง
นิราศเมืองหลวงพระบาง , หน้า 14
6. ปฏิพากย์ หรือ ปรพากย์ คือการใช้ถ้อยคำที่มีความหมายตรงกันข้าม หรือขัดแย้งกันมากล่าว อย่างกลมกลืนกันเพื่อเพิ่มความหมายให้มีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น
ตัวอย่างเช่น
นิราศเมืองหลวงพระบางหน้า , หน้า 53
ตัวอย่าง
นิราศเมืองหลวงพระบาง , หน้า 35
8. ปฏิปุจฉา ( rhetorical question )
ปฏิปุจฉา หรือ คำถามเชิงวาทศิลป์ คือ การตั้งคำถามแต่มิได้หวังคำตอบ หรือ ถ้ามีคำตอบก็เป็นคำตอบที่ทั้งผู้ถามเเละผู้ตอบรู้ดีอยู่เเล้ว นักเขียนจะใช้คำถามเชิงวาทศิลป์เพื่อเร้าอารมณ์ผู้อ่าน หรือสื่อความหมายเเละข้อคิดที่ต้องการ
ตัวอย่าง
๏ อนึ่งที่นับถือคือคุณพระ อย่าลืมละหมั่นรำลึกนึกเฉลย
เป็นที่พึ่งหนึ่งนะอย่าละเลย เป็นของเคยเคารพอย่าราคี
นิราศเมืองหลวงพระบาง , หน้า 4
9. นามนัย คือ การเปรียบเทียบโดยการใช้คำหรือวลีซึ่งบ่งลักษณะหรือคุณสมบัติที่เป็นจุดเด่น หรือลักษณะสำคัญ ของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือการกล่าวถึงส่วนใดส่วนหนึ่งของสิ่งใด ๆ มากล่าวแทนคำที่ใช้เรียก สิ่งนั้นโดยตรง เป็นภาพพจน์ที่ใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้คำธรรมดา ๆ ซ้ำซาก
ตัวอย่าง
********************************************************************************
นางสาวจันทิมา ชายกวด เลขที่ 11 หมู่ 1 ชั้นปี 4
รหัสนักศึกษา 57210406111
สาขาวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร์
มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์
หาโวาหาร 9 ชนิด จากวรรณคดีนิราศของตัวเอง อย่างละ 1 โวหาร พร้อมอ้างอิงหน้า
นิราศเมืองหลวงพระบาง
1. อุปมาโวหาร คือ การใช้โวหารเปรียบเทียบ ประกอบข้อความ เพื่อให้ผู้อ่าน เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้เข้าใจเรื่องราวได้แจ่มแจ้ง การใช้อุปมาโวหารนี้มีลักษณะการใช้หลายลักษณะ
ตัวอย่าง
๏ ครั้นเย็นย่ำค่ำค้างอยู่กลางทุ่ง น้ำค้างฟุ้งฝอยพร่ำเหมือนน้ำฝน
อนาถนอนดอนดาลสงสารตน ตากสกนธ์กลางด้าวให้หนาวกาย
นิราศเมืองหลวงพระบาง , หน้า 66
ตัวอย่าง
บัดเดี๋ยวหายฉายช่วงดวงอาทิตย์ งามวิจิตรทรงกลดดูชดโฉม
ไม่ดานแดดแผดส่องมาล่องโลม เหมือนหนึ่งโคมแก้วช่วงดูดวงกลม
นิราศเมืองหลวงพระบาง , หน้า 24
3.อติพจน์โวหาร คือ โวหารที่กล่าวเกินความจริง เพื่อสร้างและเน้นความรู้สึกและอารมณ์ ทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกที่ลึกซึ้ง ภาพพจน์ชนิดนี้นิยมใช้กันมากแม้ในภาษาพูด เพราะเป็นการกล่าวที่ทำให้เห็นภาพได้ง่ายและแสดงความรู้สึกของกวีได้อย่างชัดเจน
ตัวอย่าง
เสียงจักรลั่นฟั่นคลื่นดังครื้นโครม เหมือนหนึ่งโรมกลงาร่ำทุกลำราย
เหมือนคนคุ่มกลุ่มขวางกลางสมุทร บ้างดำผุดโผพ้นชลสาย
เกาะไม้หลักแลแปลกแยกกระทาย เขาดำทรายใส่นาวากลางสาคร
เรียกชื่อบ้านบางพูดนึกพูดน้อง พูดพลางร้องไห้พลางกลางบรรจถรณ์
เหมือนคนคุ่มกลุ่มขวางกลางสมุทร บ้างดำผุดโผพ้นชลสาย
เกาะไม้หลักแลแปลกแยกกระทาย เขาดำทรายใส่นาวากลางสาคร
เรียกชื่อบ้านบางพูดนึกพูดน้อง พูดพลางร้องไห้พลางกลางบรรจถรณ์
นิราศเมืองหลวงพระบาง , หน้า 7
4. บุคคลวัตโวหาร หรือบุคลาธิษฐาน คือ การสมมุติสิ่งไม่มีชีวิต พืช สัตว์ หรือความคิดที่เป็นนามธรรมให้มีความคิด ความรู้สึกและแสดงออกเหมือนมนุษย์
พระสุริยาราแรงสร่างแสงเศร้า ถึงบ้านเขาลูกช้างอ้างสิงขร
แลเป็นกลุ่มพุ่มรุกขาเวลารอน ดังกุญชรเชิญชัดกระจัดตา
เข้าทอดเทียบเลียบหน้าท่าสำนัก พระจันทร์ชักรถล่องห้องเวหา
นิราศเมืองหลวงพระบาง , หน้า 24
5. สัทพจน์โวหาร คือ ภาพพจน์ที่เลียนเสียงธรรมชาติ เช่น เสียงดนตรี เสียงสัตว์ เสียงคลื่น เสียงลม เสียงฝนตก เสียงน้ำไหล ฯลฯ การใช้ภาพพจน์ประเภทนี้จะทำให้เหมือนได้ยินเสียงนั้นจริงๆ
ตัวอย่าง
เห็บปลาโผนโจนน้ำแล้วดำดั้น กระซิบกันว่ากุมภีล์ทีสยอง
หัวสักศอกหลอกเล่าให้เฝ้ามอง โดยคะนองนิกเล่นเช่นเดาเดาถึงบ้านชีตักคะนนตำบลบ้าน แล้วถึงย่านใหญ่นามมะขามเฒ่า
ถัดถัดรายหมายมุ่งคุ้งตะเภา แนวลำเนาเนื่องมาเรียกท่าซุง
นิราศเมืองหลวงพระบาง , หน้า 14
6. ปฏิพากย์ หรือ ปรพากย์ คือการใช้ถ้อยคำที่มีความหมายตรงกันข้าม หรือขัดแย้งกันมากล่าว อย่างกลมกลืนกันเพื่อเพิ่มความหมายให้มีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น
ตัวอย่างเช่น
พลเท้าก้าวกรายขยายย่าง พลช้างชูเชิดระเหิดเหิน
พลม้าร่าหรับลำดับเดิน ไม่ก้าวเกินเกะกะไปปะปน
เป็นหมวดหมู่ดูดื่นครึกครื้นครัน บรรลือลั่นแหล่งหล้าก้องกาหล
เป็นฝุ่นฟุ้งมุ่งมัวทั่วสากล ดำเนินพลม้าโผนโขลนทวาร
พระสงฆ์สวดพระปริตรประสิทธิ์รด ม้าพยศคนขยับขับขนาน
น้ำมนต์ปราดม้าปร๋อห้อทะยาน คชสารน้ำสาดไม่ปราดเปรียวนิราศเมืองหลวงพระบางหน้า , หน้า 53
7. ปฏิรูปพจน์ เป็นโวหารภาพพจน์ อย่างหนึ่งที่อ้างถึงหรือกล่าวถึงโดยนัยหรือโดยตรงซึ่งบุคคล สถานที่ เหตุการณ์ งานทางวรรณกรรม เรื่องราวลี้ลับ งานศิลปะ พบได้ในทุกภาษาไม่ใช่แค่ภาษาไทย
ตัวอย่าง
๏
ในวันเมื่อเรือมาทอดจอดกองทัพ เมฆพยับพยุห์ลั่นเสียงหวั่นไหว
พิรุณร่ำพรำฟองออกนองไพร ชลาไหลล้นลาดท่วมหาดทราย
เมื่อวสันต์นั้นฝนไม่หล่นแล้ง ต้นข้าวแห้งเหี่ยวเพลียทิ้งเสียหาย
นิ่งสลัดตัดอาลัยไม่เสียดาย ปล่อยให้ตายแตกระแหงด้วยแห้งชลนิราศเมืองหลวงพระบาง , หน้า 35
8. ปฏิปุจฉา ( rhetorical question )
ปฏิปุจฉา หรือ คำถามเชิงวาทศิลป์ คือ การตั้งคำถามแต่มิได้หวังคำตอบ หรือ ถ้ามีคำตอบก็เป็นคำตอบที่ทั้งผู้ถามเเละผู้ตอบรู้ดีอยู่เเล้ว นักเขียนจะใช้คำถามเชิงวาทศิลป์เพื่อเร้าอารมณ์ผู้อ่าน หรือสื่อความหมายเเละข้อคิดที่ต้องการ
ตัวอย่าง
๏ อนึ่งที่นับถือคือคุณพระ อย่าลืมละหมั่นรำลึกนึกเฉลย
เป็นที่พึ่งหนึ่งนะอย่าละเลย เป็นของเคยเคารพอย่าราคี
นิราศเมืองหลวงพระบาง , หน้า 4
9. นามนัย คือ การเปรียบเทียบโดยการใช้คำหรือวลีซึ่งบ่งลักษณะหรือคุณสมบัติที่เป็นจุดเด่น หรือลักษณะสำคัญ ของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือการกล่าวถึงส่วนใดส่วนหนึ่งของสิ่งใด ๆ มากล่าวแทนคำที่ใช้เรียก สิ่งนั้นโดยตรง เป็นภาพพจน์ที่ใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้คำธรรมดา ๆ ซ้ำซาก
ตัวอย่าง
จัตุรัสทัศนาแปดวาเศษ โดยสังเกตคิดกะเหลี่ยมสระศรี
น้ำใสเย็นเห็นมัจฉาในวารี ปลากระดี่ว่ายกระดิกระริกเชย
นิราศเมืองหลวงพระบาง , หน้า 44
********************************************************************************
นางสาวจันทิมา ชายกวด เลขที่ 11 หมู่ 1 ชั้นปี 4
รหัสนักศึกษา 57210406111
สาขาวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร์
มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น