ภารกิจที่ 3/1

    ภารกิจที่ 3/2

         หาโวาหาร 9 ชนิด  จากวรรณคดีนิราศของตัวเอง อย่างละ 1 โวหาร  พร้อมอ้างอิงหน้า


     นิราศเมืองหลวงพระบาง
       1. อุปมาโวหาร คือ การใช้โวหารเปรียบเทียบ ประกอบข้อความ เพื่อให้ผู้อ่าน เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้เข้าใจเรื่องราวได้แจ่มแจ้ง การใช้อุปมาโวหารนี้มีลักษณะการใช้หลายลักษณะ  

     ตัวอย่าง

   ๏ ครั้นเย็นย่ำค่ำค้างอยู่กลางทุ่ง         น้ำค้างฟุ้งฝอยพร่ำเหมือนน้ำฝน
อนาถนอนดอนดาลสงสารตน             ตากสกนธ์กลางด้าวให้หนาวกาย
                 
                                                                                            นิราศเมืองหลวงพระบาง , หน้า 66

                                        
     2อุปลักษณ์โวหาร คือ การเปรียบว่าสิ่งหนึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่ง โดยนำสิ่งสองสิ่งที่ต่างจำพวกกันแต่มีลักษณะเด่นเหมือนกันมาเปรียบเทียบกันเช่นเดียวกับอุปมา และใช้คำที่แสดงความเปรียบว่า  เป็น คือ เหมือน  ดุด ดั่ง  เป็นต้น.


       ตัวอย่าง

  บัดเดี๋ยวหายฉายช่วงดวงอาทิตย์          งามวิจิตรทรงกลดดูชดโฉม
ไม่ดานแดดแผดส่องมาล่องโลม          เหมือนหนึ่งโคมแก้วช่วงดูดวงกลม

                                                                               นิราศเมืองหลวงพระบาง , หน้า 24


     3.อติพจน์โวหาร คือ โวหารที่กล่าวเกินความจริง เพื่อสร้างและเน้นความรู้สึกและอารมณ์ ทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกที่ลึกซึ้ง ภาพพจน์ชนิดนี้นิยมใช้กันมากแม้ในภาษาพูด เพราะเป็นการกล่าวที่ทำให้เห็นภาพได้ง่ายและแสดงความรู้สึกของกวีได้อย่างชัดเจน
    
  ตัวอย่าง

เสียงจักรลั่นฟั่นคลื่นดังครื้นโครม                                      เหมือนหนึ่งโรมกลงาร่ำทุกลำราย
เหมือนคนคุ่มกลุ่มขวางกลางสมุทร                                    บ้างดำผุดโผพ้นชลสาย
เกาะไม้หลักแลแปลกแยกกระทาย                                      เขาดำทรายใส่นาวากลางสาคร
เรียกชื่อบ้านบางพูดนึกพูดน้อง                                           พูดพลางร้องไห้พลางกลางบรรจถรณ์

                                                                                      นิราศเมืองหลวงพระบาง , หน้า 7


        4. บุคคลวัตโวหาร หรือบุคลาธิษฐาน คือ การสมมุติสิ่งไม่มีชีวิต พืช  สัตว์ หรือความคิดที่เป็นนามธรรมให้มีความคิด ความรู้สึกและแสดงออกเหมือนมนุษย์
      
ตัวอย่าง    

    พระสุริยาราแรงสร่างแสงเศร้า                                              ถึงบ้านเขาลูกช้างอ้างสิงขร
แลเป็นกลุ่มพุ่มรุกขาเวลารอน                                                  ดังกุญชรเชิญชัดกระจัดตา
เข้าทอดเทียบเลียบหน้าท่าสำนัก                                               พระจันทร์ชักรถล่องห้องเวหา

                                        นิราศเมืองหลวงพระบาง , หน้า 24



      5. สัทพจน์โวหาร คือ ภาพพจน์ที่เลียนเสียงธรรมชาติ เช่น เสียงดนตรี เสียงสัตว์ เสียงคลื่น เสียงลม เสียงฝนตก เสียงน้ำไหล ฯลฯ การใช้ภาพพจน์ประเภทนี้จะทำให้เหมือนได้ยินเสียงนั้นจริงๆ
         
 ตัวอย่าง


   เห็บปลาโผนโจนน้ำแล้วดำดั้น                                            กระซิบกันว่ากุมภีล์ทีสยอง
หัวสักศอกหลอกเล่าให้เฝ้ามอง                                            โดยคะนองนิกเล่นเช่นเดาเดา
ถึงบ้านชีตักคะนนตำบลบ้าน                                                แล้วถึงย่านใหญ่นามมะขามเฒ่า
ถัดถัดรายหมายมุ่งคุ้งตะเภา                                                  แนวลำเนาเนื่องมาเรียกท่าซุง

                                                                                นิราศเมืองหลวงพระบาง , หน้า 14


   6. ปฏิพากย์ หรือ ปรพากย์   คือการใช้ถ้อยคำที่มีความหมายตรงกันข้าม หรือขัดแย้งกันมากล่าว อย่างกลมกลืนกันเพื่อเพิ่มความหมายให้มีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น 
     
     ตัวอย่างเช่น

พลเท้าก้าวกรายขยายย่าง                          พลช้างชูเชิดระเหิดเหิน
พลม้าร่าหรับลำดับเดิน                             ไม่ก้าวเกินเกะกะไปปะปน
เป็นหมวดหมู่ดูดื่นครึกครื้นครัน              บรรลือลั่นแหล่งหล้าก้องกาหล
เป็นฝุ่นฟุ้งมุ่งมัวทั่วสากล                          ดำเนินพลม้าโผนโขลนทวาร
พระสงฆ์สวดพระปริตรประสิทธิ์รด         ม้าพยศคนขยับขับขนาน
น้ำมนต์ปราดม้าปร๋อห้อทะยาน                  คชสารน้ำสาดไม่ปราดเปรียว

                                                                      นิราศเมืองหลวงพระบางหน้า  , หน้า 53

7. ปฏิรูปพจน์ เป็นโวหารภาพพจน์ อย่างหนึ่งที่อ้างถึงหรือกล่าวถึงโดยนัยหรือโดยตรงซึ่งบุคคล สถานที่ เหตุการณ์ งานทางวรรณกรรม เรื่องราวลี้ลับ งานศิลปะ พบได้ในทุกภาษาไม่ใช่แค่ภาษาไทย

      ตัวอย่าง

๏ ในวันเมื่อเรือมาทอดจอดกองทัพ    เมฆพยับพยุห์ลั่นเสียงหวั่นไหว
พิรุณร่ำพรำฟองออกนองไพร             ชลาไหลล้นลาดท่วมหาดทราย
เมื่อวสันต์นั้นฝนไม่หล่นแล้ง               ต้นข้าวแห้งเหี่ยวเพลียทิ้งเสียหาย
นิ่งสลัดตัดอาลัยไม่เสียดาย                   ปล่อยให้ตายแตกระแหงด้วยแห้งชล

                                                                นิราศเมืองหลวงพระบาง , หน้า 35


  8. ปฏิปุจฉา ( rhetorical question )
       ปฏิปุจฉา หรือ คำถามเชิงวาทศิลป์ คือ การตั้งคำถามแต่มิได้หวังคำตอบ หรือ ถ้ามีคำตอบก็เป็นคำตอบที่ทั้งผู้ถามเเละผู้ตอบรู้ดีอยู่เเล้ว นักเขียนจะใช้คำถามเชิงวาทศิลป์เพื่อเร้าอารมณ์ผู้อ่าน หรือสื่อความหมายเเละข้อคิดที่ต้องการ 

  ตัวอย่าง

๏ อนึ่งที่นับถือคือคุณพระ                                      อย่าลืมละหมั่นรำลึกนึกเฉลย
เป็นที่พึ่งหนึ่งนะอย่าละเลย                                   เป็นของเคยเคารพอย่าราคี



                                                                                                   นิราศเมืองหลวงพระบาง , หน้า 4

     9. นามนัย คือ การเปรียบเทียบโดยการใช้คำหรือวลีซึ่งบ่งลักษณะหรือคุณสมบัติที่เป็นจุดเด่น หรือลักษณะสำคัญ ของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือการกล่าวถึงส่วนใดส่วนหนึ่งของสิ่งใด ๆ มากล่าวแทนคำที่ใช้เรียก สิ่งนั้นโดยตรง เป็นภาพพจน์ที่ใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้คำธรรมดา ๆ ซ้ำซาก 

       ตัวอย่าง


จัตุรัสทัศนาแปดวาเศษ                          โดยสังเกตคิดกะเหลี่ยมสระศรี
น้ำใสเย็นเห็นมัจฉาในวารี                         ปลากระดี่ว่ายกระดิกระริกเชย

                                                                                                                                           นิราศเมืองหลวงพระบาง , หน้า 44































      ********************************************************************************




นางสาวจันทิมา  ชายกวด  เลขที่ 11 หมู่ 1 ชั้นปี 4
      รหัสนักศึกษา 57210406111

สาขาวิชาภาษาไทย  คณะครุศาสตร์
         มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

นิราศบ้านเกิด สัปดาห์ที่ 4

ภารกิจที่ 4/2

นิราศ จากบ้านนามาร่ำเรียน